0

ผีเปรต | ผีที่สร้างเวรกรรมต่อบุพการี

ผีเปรต เป็นผีชนิดหนึ่งที่มีความเชื่อในหลายศาสนาทั้ง ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู ศาสนาซิก และศาสนาเซน คำว่าเปรตแปรว่า ผู้ล่วงลับ ในทางพุทธศาสนา

ประวัติ ผีเปรต

หมายถึง อมนุษย์จำพวกหนึ่งที่เกิดในเปตวิสัยซึ่งเป็น 1 ใน 4 อบายภูมิ เปรตมีมาหมายหลายประเภท ที่แยกไปตามวินัยและลักขณยุตตพระบาลี แบ่งได้ถึง 21 ประเภท เช่น เปรตที่มีแต่กระดูกติดกันเป็นท่อนๆ เปรตที่มีแต่เนื้อเป็นชิ้นๆ เปรตที่มีแต่ก้อนเนื้อ เปรตที่ไม่มีหนังหุ้มร่างกาย เปรตที่มีขนเป็นพระขรรค์ เปรตที่มีขนเป็นหอก เปรตที่มีขนเป็นธนู เปรตที่มีขนเป็นเข็ม เปรตที่มีอัณฑะใหญ่ เปรตที่จมอยู่ในอุจาระเป็นต้น

แต่เปรตที่มีตามความเชื่อของไทย จะเป็นผีที่มีลักษณะรูปร่างสูงเท่าต้นตาล มือใหญ่เท่าใบตาล คอยาว ผมยาว หุ่นผอมโซ ผิวมีสีดำ องโต และมีปากเล็กเรียวเท่ารูเข็ม เปรตนั้นจะหิวตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้เลยเพราะมีปากที่เล็ก จึงต้องมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ

ผีเปรต

ซึ่งเมื่อมีการสะสมบุญแล้วเกิดใหม่ในชาติหน้าจะไม่ต้องมีความทุกข์ทรมานเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งลักษณะนี้ทำให้คำว่าเปรตนั้นกลายเป็นคำด่าในภาษาไทยที่หมายถึง คนที่อดอยากผอมโซ เที่ยวไปรบกวนขอคนอื่นกิน หรือมีใครได้โชคลาภมาก็เข้าไปขอแบ่งด้วย เปรตที่เป็นที่รู้จักของคนไทยนั้นคือเปรตวัดสุทัศน์

ที่มีความเชื่อมาตั้งแต่ครั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเปรตวัดสุทัศน์ว่า ที่วัดแห่งนี้มักมีเปรตปรากฏกายมาในเวลากลางคืนเป็นที่น่ากลัวของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ประกอบกับตอนนั้นเกิดโรคอหิวาตกโรคที่ระบาดอยู่ทำให้ผู้คนประชาชนล้มตายกันอย่างมากจนเผาศพแทบไม่ทันที่วัดสระเกศ จนมีคำคล้องจองกันว่า แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น เรื่องเปรตวัดสุทัศน์ มาจากภาพวาดบนฝาผนังของอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งมีลักษณะที่นอนพาดกายอยู่ ซึ่งในภาพวาดนั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเมื่อครั้งในอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปวัดนี้ว่าต้องไปดูภาพเปรตบนฝาผนังให้ได้ และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณวัดสุทัศน์มาอย่างยาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วพบว่าเป็นเงาของเสาชิงช้าที่ตั้งสูงอยู่บริเวณหน้าวัด และยังมีอีกเมื่อกลางปี พ.ศ.2551 ที่จังหวัดลำปาง ได้มีเด็กชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมากลางดึก และเห็นสิ่งประหลาดที่มีลักษณะรูปร่างสูงอยู่นอกหน้าต่าง จึงได้ถ่ายรูปเก็บไว้ ซึ่งต่อมากล่าวกันว่านั้นเป็นรูปเปรต ซึ่งต่อมามีรายการไปนำเสนอและพบว่ามันคือเศษผ้าที่อุดมุ้งลวดที่ขาดเท่านั้น ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีคนไทยก็ยังเชื่อว่าเปรตมีจริงอยู่เสมอเห็นได้จากตามคำบอกเล่าของคนอดีตที่มีต่อๆมาถึงปัจจุบัน